Sidebar Close

ความรู้เกี่ยวกับบาร์โค้ด (Bar code)

WMS กับ ERP ต่างกันอย่างไร? ทำไมหลายธุรกิจต้องใช้ร่วมกัน

labelone

WMS กับ ERP ต่างกันอย่างไร ทำไมหลายธุรกิจต้องใช้ร่วมกัน

WMS กับ ERP ต่างกันอย่างไร? ทำไมหลายธุรกิจต้องใช้ร่วมกัน

ในหลายองค์กรที่เริ่มเติบโตขึ้น ระบบข้อมูลภายในธุรกิจมักไม่ได้มีเพียงระบบเดียวอีกต่อไป ฝ่ายบัญชีอาจใช้ ERP เพื่อดูภาพรวมการเงิน จัดซื้อ ขาย และต้นทุน ขณะที่ฝ่ายคลังสินค้าต้องการระบบที่ช่วยควบคุมการรับเข้า จัดเก็บ หยิบสินค้า แพ็ก และจัดส่งให้แม่นยำในระดับหน้างาน

คำถามที่ผู้บริหาร ฝ่าย IT และฝ่ายบัญชีมักพบคือ ถ้ามี ERP อยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องใช้ WMS หรือไม่?” หรือ “WMS กับ ERP ต่างกันอย่างไร?”

คำตอบคือ ERP และ WMS มีบทบาทคนละด้าน แต่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากออกแบบการเชื่อมต่อข้อมูลให้เหมาะสม

จากประสบการณ์ของ Label One Center ที่ทำงานด้าน Barcode, RFID, Mobile Computer, Printer และระบบคลังสินค้า เราพบว่า ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้มีปัญหาเพราะไม่มีระบบ ERP แต่มีปัญหาเพราะ ERP เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ละเอียดพอสำหรับการควบคุมงานคลังสินค้าในระดับปฏิบัติการจริง เช่น ตำแหน่งจัดเก็บสินค้า Lot, Serial Number, การสแกนรับเข้า การหยิบสินค้า หรือการตรวจสอบก่อนจัดส่ง

บทความนี้จะอธิบายให้ชัดว่า ERP คืออะไร, WMS คืออะไร, ทั้งสองระบบต่างกันอย่างไร และทำไมหลายธุรกิจจึงเลือกใช้ ERP เชื่อม WMS เพื่อให้ข้อมูลธุรกิจและข้อมูลคลังสินค้าทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น

Keyword หลักของบทความ

ประเภท

Keyword

Main Keyword

WMS กับ ERP ต่างกันอย่างไร

Supporting Keyword

ERP คืออะไร, WMS คืออะไร, ระบบ ERP เชื่อม WMS

Commercial Keyword

เชื่อมต่อ WMS กับ ERP

 

ERP คืออะไร?

ERP หรือ Enterprise Resource Planning คือระบบบริหารทรัพยากรองค์กรที่ใช้จัดการข้อมูลสำคัญของธุรกิจในภาพรวม เช่น การขาย การจัดซื้อ บัญชี การเงิน สินค้าคงคลัง ต้นทุน การผลิต และข้อมูลลูกค้า

ERP มักเป็นระบบหลักขององค์กร เพราะเกี่ยวข้องกับข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญ เช่น

  • ใบเสนอราคา
  • ใบสั่งขาย
  • ใบสั่งซื้อ
  • ใบรับสินค้า
  • ใบกำกับภาษี
  • บัญชีเจ้าหนี้และลูกหนี้
  • ต้นทุนสินค้า
  • รายงานการเงิน
  • ภาพรวมสินค้าคงเหลือ

ในมุมของผู้บริหารและฝ่ายบัญชี ERP ช่วยให้เห็นภาพรวมของธุรกิจได้ดีขึ้น เช่น ขายอะไรไปแล้วบ้าง ต้องสั่งซื้ออะไรเพิ่ม มีกำไรขั้นต้นเท่าไร หรือมีต้นทุนในแต่ละแผนกอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ERP จำนวนมากไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมการทำงานหน้างานในคลังอย่างละเอียดทุกขั้นตอน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้การสแกน Barcode, RFID, Mobile Computer หรือการจัดการตำแหน่งสินค้าแบบละเอียดระดับ Location

WMS คืออะไร?

WMS หรือ Warehouse Management System คือระบบบริหารจัดการคลังสินค้าที่เน้นการควบคุมกระบวนการทำงานภายในคลังสินค้าโดยตรง ตั้งแต่รับสินค้าเข้า จัดเก็บ ย้ายตำแหน่ง หยิบสินค้า แพ็กสินค้า จัดส่ง ไปจนถึงการตรวจนับสต็อก

WMS มักทำงานใกล้กับหน้างานมากกว่า ERP เพราะเกี่ยวข้องกับการทำงานของพนักงานคลังสินค้า อุปกรณ์สแกน และข้อมูลสินค้าที่ต้องอัปเดตแบบละเอียด เช่น

  • สินค้าอยู่ตำแหน่งใด
  • สินค้าอยู่ในโซนไหน ชั้นไหน ช่องไหน
  • Lot หรือ Batch ใดถูกจัดเก็บอยู่ที่ใด
  • Serial Number ใดรับเข้าแล้วหรือยัง
  • ออเดอร์ใดหยิบครบแล้ว
  • สินค้าใดรอแพ็กหรือรอจัดส่ง
  • การตรวจนับพบผลต่างเท่าไร
  • ใครเป็นผู้ทำรายการ และทำเมื่อเวลาใด

เมื่อ WMS ทำงานร่วมกับ Barcode, RFID, Mobile Computer และ Printer ข้อมูลในคลังจะถูกบันทึกจากการทำงานจริง ไม่ใช่เพียงการคีย์ข้อมูลย้อนหลัง ทำให้ผู้จัดการคลังเห็นสถานะสินค้าและงานในคลังได้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น

WMS กับ ERP ต่างกันอย่างไร?

แม้ ERP และ WMS จะเกี่ยวข้องกับข้อมูลสินค้าเหมือนกัน แต่จุดประสงค์ของระบบต่างกันอย่างชัดเจน

ERP มองข้อมูลในระดับภาพรวมขององค์กร เช่น ยอดขาย ยอดซื้อ ต้นทุน และมูลค่าสต็อก ส่วน WMS มองข้อมูลในระดับการทำงานจริงในคลัง เช่น สินค้าอยู่ Location ไหน หยิบจากจุดใด แพ็กแล้วหรือยัง และสแกนถูกต้องหรือไม่

 

ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น

หัวข้อ

ERP

WMS

หน้าที่หลัก

บริหารภาพรวมธุรกิจ

บริหารงานคลังสินค้าเชิงปฏิบัติการ

จุดเด่น

บัญชี จัดซื้อ ขาย การเงิน

รับสินค้า จัดเก็บ หยิบ แพ็ก ส่ง

ระดับข้อมูล

ภาพรวมองค์กร

รายละเอียดระดับ Location / SKU / Lot

การใช้งานหน้างาน

จำกัด

ใช้กับ Scanner / Mobile Computer

 

จากตารางนี้จะเห็นว่า ERP ไม่ได้มาแทน WMS และ WMS ก็ไม่ได้มาแทน ERP แต่ทั้งสองระบบมีหน้าที่เสริมกัน

ERP ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่า “ต้องซื้อ ต้องขาย ต้องรับรู้ต้นทุน และต้องบันทึกบัญชีอย่างไร”
ส่วน WMS ช่วยให้คลังรู้ว่า “สินค้าจริงอยู่ที่ไหน เคลื่อนไหวอย่างไร และทำงานถูกต้องหรือไม่”

ตัวอย่างให้เห็นภาพ: ERP รู้ว่ามีสินค้า แต่ WMS รู้ว่าสินค้าอยู่ตรงไหน

สมมุติว่าใน ERP แสดงว่าสินค้า A มีคงเหลือ 500 ชิ้น ข้อมูลนี้มีประโยชน์สำหรับฝ่ายขายและฝ่ายบัญชี เพราะรู้ว่าสามารถขายได้และมีมูลค่าสต็อกอยู่เท่าไร

แต่ในมุมของคลังสินค้า คำถามยังไม่จบแค่นั้น เพราะพนักงานต้องรู้ต่อว่า

  • 500 ชิ้นนี้อยู่คลังไหน
  • อยู่โซนใด
  • อยู่ Rack ไหน Shelf ไหน Bin ไหน
  • แยกเป็นกี่ Lot
  • Lot ใดควรถูกหยิบก่อน
  • มีสินค้าที่ถูกจองไว้แล้วหรือไม่
  • มีสินค้าที่รอตรวจสอบคุณภาพหรือไม่
  • มีสินค้าบางส่วนอยู่ระหว่างหยิบหรือแพ็กหรือไม่

นี่คือจุดที่ WMS มีบทบาทสำคัญ เพราะระบบจะช่วยลงรายละเอียดจาก “จำนวนรวม” ไปสู่ “การควบคุมของจริงในพื้นที่คลัง”

ทำไมหลายธุรกิจต้องใช้ WMS ร่วมกับ ERP?

เมื่อธุรกิจมีจำนวนสินค้าเพิ่มขึ้น มีคำสั่งซื้อมากขึ้น หรือมีคลังสินค้าหลายพื้นที่ การใช้ ERP เพียงอย่างเดียวอาจเริ่มไม่เพียงพอต่อการควบคุมหน้างานคลังสินค้า

การใช้ ERP เชื่อม WMS จะช่วยให้ข้อมูลของฝ่ายบริหาร ฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย และฝ่ายคลังทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำหลายระบบ

  • 1. ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ

หาก ERP และ WMS ไม่เชื่อมต่อกัน พนักงานอาจต้องนำข้อมูลจากใบสั่งซื้อหรือใบสั่งขายใน ERP มากรอกซ้ำในระบบคลัง หรือใช้เอกสารกระดาษส่งต่อให้ฝ่ายคลังทำงาน

การกรอกข้อมูลซ้ำทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น

  • คีย์รหัสสินค้าผิด
  • จำนวนผิด
  • เลือกเอกสารผิด
  • ข้อมูลอัปเดตไม่พร้อมกัน
  • ต้องเสียเวลาตรวจสอบย้อนกลับ

เมื่อเชื่อมต่อ WMS กับ ERP ข้อมูลสำคัญ เช่น ใบสั่งซื้อ ใบสั่งขาย รายการสินค้า และจำนวน สามารถถูกส่งเข้าสู่ WMS เพื่อให้คลังดำเนินงานต่อได้ทันที

  • 2. ทำให้ข้อมูลสต็อกแม่นยำขึ้น

ERP มักใช้ข้อมูลสต็อกในระดับธุรกิจ เช่น สต็อกคงเหลือเพื่อการขาย การจัดซื้อ และบัญชีต้นทุน ส่วน WMS ใช้ข้อมูลสต็อกในระดับหน้างานจริง เช่น รับเข้าแล้วหรือยัง หยิบออกหรือยัง สินค้าอยู่ Location ไหน

เมื่อ WMS บันทึกการเคลื่อนไหวของสินค้าผ่าน Barcode, RFID หรือ Mobile Computer แล้วส่งข้อมูลกลับไปยัง ERP ข้อมูลสต็อกใน ERP จะมีความถูกต้องและทันสมัยขึ้น

ผลที่ได้คือ ฝ่ายขายไม่ขายเกินสต็อก ฝ่ายจัดซื้อวางแผนเติมสินค้าได้ดีขึ้น และฝ่ายบัญชีตรวจสอบข้อมูลสินค้าคงเหลือได้มั่นใจขึ้น

  • 3. ควบคุมงานคลังได้ละเอียดกว่า ERP เพียงอย่างเดียว

ERP หลายระบบสามารถบันทึกการรับเข้าและจ่ายออกได้ แต่เมื่อต้องควบคุมงานคลังแบบละเอียด เช่น การจัดเก็บตาม Location การหยิบสินค้าแบบ FIFO / FEFO การตรวจสอบ Lot หรือ Serial Number ระบบ WMS จะตอบโจทย์มากกว่า

ตัวอย่างงานที่ WMS ช่วยควบคุมได้ดี ได้แก่

  • Receiving: รับสินค้าเข้าคลัง
  • Put away: จัดเก็บเข้าตำแหน่ง
  • Location Transfer: ย้ายตำแหน่งสินค้า
  • Picking: หยิบสินค้าตามออเดอร์
  • Packing: ตรวจสอบก่อนแพ็ก
  • Shipping: ยืนยันก่อนส่งออก
  • Cycle Count: ตรวจนับสต็อกบางส่วน
  • Full Stock Count: ตรวจนับสต็อกทั้งหมด

ระบบเหล่านี้ช่วยให้คลังทำงานเป็นขั้นตอน มีหลักฐานการสแกน และตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครทำรายการใด เมื่อไร และเกี่ยวข้องกับสินค้าใด

  • 4. ช่วยให้ผู้บริหารเห็นข้อมูลครบทั้งด้านธุรกิจและหน้างาน

ผู้บริหารไม่ได้ต้องการดูเฉพาะยอดขายหรือรายงานการเงินเท่านั้น แต่ต้องการรู้ด้วยว่าการดำเนินงานจริงในคลังมีประสิทธิภาพหรือไม่

เมื่อ ERP เชื่อมกับ WMS ผู้บริหารจะเห็นข้อมูลได้ครบขึ้น เช่น

  • ยอดขายจาก ERP
  • สถานะการหยิบสินค้าจาก WMS
  • สินค้ารอจัดส่ง
  • ออเดอร์ที่ล่าช้า
  • สินค้าค้าง Location
  • สินค้าใกล้หมด
  • สินค้าที่เคลื่อนไหวช้า
  • ผลต่างจากการตรวจนับ
  • ต้นทุนที่เกิดจากความผิดพลาดในคลัง

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การตัดสินใจไม่อิงเพียงรายงานย้อนหลัง แต่เข้าใจสถานะการทำงานจริงของธุรกิจได้มากขึ้น

  • 5. รองรับการเติบโตของธุรกิจ

ธุรกิจที่มีสินค้าไม่มากอาจยังจัดการสต็อกด้วย ERP หรือ Excel ได้ แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ปริมาณงานในคลังมักเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ระบบเดิมรองรับได้

สัญญาณที่บอกว่าควรเริ่มพิจารณา WMS ร่วมกับ ERP ได้แก่

  • มี SKU จำนวนมาก
  • มีหลายคลังหรือหลายสาขา
  • มีออเดอร์จำนวนมากต่อวัน
  • มีการหยิบผิดหรือส่งผิดบ่อย
  • ต้องควบคุม Lot, Batch หรือ Serial Number
  • ต้องการรู้ตำแหน่งสินค้าแบบละเอียด
  • ต้องการใช้ Scanner หรือ Mobile Computer ในคลัง
  • ต้องการลดการใช้เอกสารกระดาษ
  • ต้องการข้อมูล Real-time จากหน้างาน

การวางระบบให้ ERP และ WMS ทำงานร่วมกันตั้งแต่ระยะที่ธุรกิจเริ่มขยายตัว จะช่วยลดปัญหาการแก้ระบบซ้ำในอนาคต

ระบบ ERP เชื่อม WMS ได้อย่างไร?

การเชื่อมต่อ ERP กับ WMS สามารถทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับระบบที่องค์กรใช้อยู่ ความพร้อมของข้อมูล และโครงสร้าง IT ของธุรกิจ

รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่

  • 1. เชื่อมต่อผ่าน API

API เป็นรูปแบบที่เหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้ข้อมูลไหลระหว่าง ERP และ WMS อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ เช่น เมื่อ ERP สร้างใบสั่งขาย ข้อมูลจะถูกส่งไปยัง WMS เพื่อสร้างงานหยิบสินค้า และเมื่อ WMS ยืนยันการจัดส่ง ข้อมูลจะถูกส่งกลับ ERP เพื่ออัปเดตสถานะ

  • 2. เชื่อมต่อผ่าน File Import / Export

บางองค์กรอาจใช้การส่งไฟล์ เช่น Excel, CSV หรือ Text File ระหว่างระบบ วิธีนี้เหมาะกับธุรกิจที่ยังไม่พร้อมเชื่อมต่อแบบ Real-time เต็มรูปแบบ แต่ต้องการลดการกรอกข้อมูลซ้ำ

  • 3. เชื่อมต่อผ่าน Database หรือ Middleware

สำหรับองค์กรที่มีระบบหลายตัว การใช้ Middleware หรือการเชื่อมต่อผ่านฐานข้อมูลกลางอาจช่วยจัดการข้อมูลระหว่าง ERP, WMS, POS, E-commerce หรือระบบขนส่งได้เป็นระบบมากขึ้น

ไม่ว่าจะใช้รูปแบบใด สิ่งสำคัญคือการออกแบบ Flow ข้อมูลให้ชัดเจนว่า ระบบใดเป็นต้นทางของข้อมูล และข้อมูลใดต้องส่งกลับไปอัปเดตอีกระบบหนึ่ง

ข้อมูลอะไรบ้างที่ควรเชื่อมต่อระหว่าง ERP และ WMS?

การเชื่อมต่อ WMS กับ ERP ควรกำหนดข้อมูลให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อนหรือไม่ตรงกัน

ตัวอย่างข้อมูลที่มักเชื่อมต่อ ได้แก่

ข้อมูลจาก ERP ไปยัง WMS

  • Master Data สินค้า
  • หน่วยนับสินค้า
  • ข้อมูลลูกค้า
  • ข้อมูล Supplier
  • ใบสั่งซื้อ
  • ใบสั่งขาย
  • ใบโอนย้ายสินค้า
  • เงื่อนไข Lot หรือ Serial Number
  • ข้อมูลคลังหรือสาขา

ข้อมูลจาก WMS กลับไปยัง ERP

  • ยอดรับสินค้าจริง
  • ยอดหยิบสินค้าจริง
  • ยอดจัดส่งจริง
  • ผลต่างจากการตรวจนับ
  • สถานะออเดอร์
  • สถานะสินค้าคงเหลือ
  • ข้อมูล Lot / Serial Number ที่เคลื่อนไหวจริง
  • รายการปรับปรุงสต็อก

การกำหนดข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้ ERP และ WMS ทำงานร่วมกันได้ราบรื่น และลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงระหว่างฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย และคลังสินค้า

Barcode, RFID, Mobile Computer และ Printer มีบทบาทอย่างไรในการเชื่อม ERP กับ WMS?

แม้ ERP และ WMS จะเป็นระบบซอฟต์แวร์ แต่ข้อมูลที่แม่นยำเริ่มต้นจากหน้างานจริง อุปกรณ์อย่าง Barcode, RFID, Mobile Computer และ Printer จึงมีบทบาทสำคัญมาก

Barcode

Barcode ช่วยระบุสินค้า กล่อง พาเลท เอกสาร และ Location ได้อย่างรวดเร็ว ลดการคีย์ข้อมูลผิด และทำให้พนักงานสแกนยืนยันการทำงานแต่ละขั้นตอนได้

RFID

RFID เหมาะกับงานที่ต้องอ่านข้อมูลหลายชิ้นพร้อมกัน หรือต้องการตรวจนับและติดตามสินค้าด้วยความเร็วสูง แต่ต้องออกแบบให้เหมาะกับประเภทสินค้า วัสดุ และสภาพแวดล้อมของคลัง

Mobile Computer

Mobile Computer เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้พนักงานทำงานกับ WMS ได้จากหน้างานโดยตรง เช่น รับสินค้า ย้ายสินค้า หยิบสินค้า ตรวจนับ และยืนยันการจัดส่ง

Printer

Printer หรือเครื่องพิมพ์ฉลาก ใช้สำหรับพิมพ์ Barcode, QR Code, Lot, Serial Number และ Location Label เพื่อให้ทุกหน่วยในคลังมีรหัสที่ตรวจสอบได้

เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้ทำงานร่วมกับ WMS ข้อมูลที่ส่งกลับไปยัง ERP จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะเป็นข้อมูลที่เกิดจากการสแกนและยืนยันจริงในกระบวนการคลังสินค้า

ข้อควรระวังก่อนเชื่อมต่อ WMS กับ ERP

การเชื่อมต่อระบบไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “เชื่อมได้ไหม” เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการออกแบบกระบวนการทำงานและความรับผิดชอบของข้อมูลให้ชัดเจน

ประเด็นที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • ระบบใดเป็นเจ้าของ Master Data สินค้า
  • ระบบใดเป็นต้นทางของใบสั่งขายและใบสั่งซื้อ
  • ข้อมูลสต็อกควรอัปเดตกลับ ERP เมื่อขั้นตอนไหน
  • ต้องการข้อมูล Real-time หรืออัปเดตเป็นรอบเวลา
  • กรณีสแกนผิดหรือยกเลิกงานจะจัดการอย่างไร
  • จะควบคุม Lot, Batch หรือ Serial Number อย่างไร
  • ต้องใช้ Barcode, RFID หรือ Mobile Computer ในขั้นตอนใด
  • ต้องมีรายงานสำหรับฝ่ายบัญชี ฝ่ายคลัง และผู้บริหารแบบใด

การตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อนเริ่มโครงการ จะช่วยให้การเชื่อมต่อ WMS กับ ERP ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่เชื่อมข้อมูลได้ในเชิงเทคนิคเท่านั้น

สรุป

WMS กับ ERP ต่างกันอย่างไร คำตอบคือ ERP เป็นระบบที่เน้นบริหารภาพรวมของธุรกิจ เช่น บัญชี จัดซื้อ ขาย การเงิน และต้นทุน ส่วน WMS เป็นระบบที่เน้นบริหารงานคลังสินค้าเชิงปฏิบัติการ เช่น รับสินค้า จัดเก็บ หยิบ แพ็ก ส่ง และตรวจนับสต็อก

ERP ช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมทางธุรกิจ ขณะที่ WMS ช่วยให้คลังสินค้าทำงานได้ละเอียด แม่นยำ และตรวจสอบได้ในระดับ Location, SKU, Lot และ Serial Number

หลายธุรกิจจึงไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เลือกใช้ทั้งสองระบบร่วมกัน โดยการเชื่อมต่อ WMS กับ ERP เพื่อให้ข้อมูลจากฝ่ายขาย บัญชี จัดซื้อ และคลังสินค้าไหลต่อกันอย่างเป็นระบบ

เมื่อ WMS ทำงานร่วมกับ Barcode, RFID, Mobile Computer และ Printer ข้อมูลหน้างานจะมีความแม่นยำมากขึ้น และเมื่อข้อมูลเหล่านี้ส่งกลับไปยัง ERP ธุรกิจก็จะได้ข้อมูลที่พร้อมใช้ทั้งในมุมบริหารและมุมปฏิบัติการ

สำหรับผู้บริหาร ฝ่าย IT และฝ่ายบัญชี การวางระบบ ERP เชื่อม WMS อย่างเหมาะสม จึงเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีระบบ ลดความผิดพลาด และควบคุมต้นทุนคลังสินค้าได้ดีขึ้น

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ WMS และ ERP

  • 1. มี ERP อยู่แล้ว จำเป็นต้องใช้ WMS หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคลังสินค้า หากธุรกิจมีสินค้าไม่มากและกระบวนการคลังไม่ซับซ้อน ERP อาจเพียงพอ แต่ถ้ามีหลาย Location, SKU จำนวนมาก, Lot, Serial Number, การหยิบสินค้าเยอะ หรือมีปัญหาสต็อกไม่ตรง WMS จะช่วยควบคุมหน้างานได้ละเอียดกว่า

  • 2. WMS กับ ERP ต่างกันอย่างไรแบบสั้นๆ?

ERP ใช้บริหารภาพรวมของธุรกิจ เช่น บัญชี จัดซื้อ ขาย การเงิน และต้นทุน ส่วน WMS ใช้บริหารงานคลังสินค้าเชิงปฏิบัติการ เช่น รับเข้า จัดเก็บ หยิบ แพ็ก ส่ง และตรวจนับสินค้า

  • 3. ระบบ ERP เชื่อม WMS ได้หรือไม่?

ได้ โดยทั่วไปสามารถเชื่อมต่อผ่าน API, File Import / Export, Database หรือ Middleware ขึ้นอยู่กับความพร้อมของ ERP, WMS และโครงสร้างระบบ IT ขององค์กร

  • 4. ข้อมูลใดควรส่งจาก ERP ไปยัง WMS?

ข้อมูลที่มักส่งจาก ERP ไปยัง WMS ได้แก่ Master Data สินค้า ใบสั่งซื้อ ใบสั่งขาย ข้อมูลลูกค้า Supplier หน่วยนับสินค้า และข้อมูลคลังหรือสาขา เพื่อให้ WMS ใช้ดำเนินงานในคลังต่อได้อย่างถูกต้อง

  • 5. ข้อมูลใดควรส่งจาก WMS กลับไป ERP?

ข้อมูลที่มักส่งกลับไป ERP ได้แก่ ยอดรับสินค้าจริง ยอดหยิบจริง ยอดจัดส่งจริง ผลต่างจากการตรวจนับ สถานะออเดอร์ และข้อมูล Lot หรือ Serial Number ที่มีการเคลื่อนไหวจริง

  • 6. เชื่อมต่อ WMS กับ ERP แล้วช่วยฝ่ายบัญชีอย่างไร?

ช่วยให้ฝ่ายบัญชีได้ข้อมูลสินค้าคงเหลือ การรับเข้า การจ่ายออก และการปรับปรุงสต็อกจากหน้างานจริง ลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงระหว่างคลังกับบัญชี และช่วยให้การตรวจสอบต้นทุนหรือมูลค่าสินค้าคงเหลือทำได้แม่นยำขึ้น

  • 7. การใช้ Barcode และ Mobile Computer เกี่ยวข้องกับ ERP อย่างไร?

Barcode และ Mobile Computer มักทำงานผ่าน WMS เพื่อเก็บข้อมูลจากหน้างาน เช่น รับเข้า หยิบสินค้า หรือจัดส่ง จากนั้น WMS จะส่งข้อมูลที่ยืนยันแล้วกลับไปยัง ERP ทำให้ ERP ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยกว่าเดิม

  • 8. เริ่มต้นเชื่อมต่อ WMS กับ ERP ควรเริ่มจากอะไร?

ควรเริ่มจากการวิเคราะห์กระบวนการทำงานจริง กำหนดว่าข้อมูลใดอยู่ใน ERP ข้อมูลใดอยู่ใน WMS และจุดใดต้องรับส่งข้อมูลระหว่างกัน จากนั้นจึงออกแบบ Flow การเชื่อมต่ออุปกรณ์หน้างาน และรายงานที่แต่ละฝ่ายต้องใช้

 

 

 

Recently Viewed

Sorry, there are no products.
Recently Viewed Products
Back To Top

Notify Me

Size Chart

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Compare Color

Click On Color / Pattern To Compare, Click And Drag Images To Reorder
Login
Product Quotation
0 items
Menu